บันทึกอนุทินครั้งที่ 2
วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เวลา 08 : 30 – 12 : 30 น.
👦อาจารย์ผู้สอน ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด👦
บทที่ 1
ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในการอบรมเลี้ยงดูควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญ
เพราะเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุด ต่อการวางรากฐานของชีวิตมนุษย์
เป็นวัยแห่งการก่อเกิดพื้นฐานด้านบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ความสามารถทางสติปัญญา
และความสามารถด้านต่าง ๆ
ลักษณะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
-
การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นการเรียนรู้ที่เด็กได้พบหรือสัมผัสกับประสบการณ์
จากสภาพแวดล้อมโดยการกระทำ การรับรู้ การพบเห็นด้วยตนเอง
-
การเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อม เป็นการเรียนรู้จากการบอกเล่าของบุคคลต่าง ๆ
คนใกล้ ชิดญาติผู้ใหญ่ หรือจากหนังสือ การสังเกตจากตัวแบบ
การเลียนแบบการบอกเล่าให้ฟังจะทำให้เด็กสร้างภาพขึ้นในสมองของตนแทนการเห็นของจริง
การเรียนรู้เป็นกระบวนการ มีขั้นตอนดังนี้
-
มีสิ่งเร้ามาเร้าผู้เรียน
-
ผู้เรียนรับรู้สิ่งเร้า
-
ผู้เรียนแปลความหมายของสิ่งเร้าที่รับรู้
-
ผู้เรียนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามที่รับรู้และแปลความหมาย
-
ผู้เรียนสังเกตผลที่เกิดขึ้น
การจำแนกลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก
ลักษณะที่
1 การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ
ลักษณะที่
2 เป็นการเรียนรู้จากการช่วยเหลือจากพ่อแม่
ลักษณะที่
3 การเรียนรู้จากโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมอย่างมีระบบ
รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
-
การเรียนรู้โดยใช้ความสามารถในการใช้สายตา
เป็นการเรียนรู้ที่เด็กสามารถเปรียบเทียบด้วยสายตา
ด้วยการมองเห็นความเหมือนความต่าง สี ขนาด รูปร่าง และเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานประสานสัมพันธ์ของสายตาและกล้ามเนื้อมือ
-
การเรียนรู้โดยการได้ยินได้ฟัง จากการได้ยินได้ฟังเสียงจากที่ต่างๆ หรือจากบุคคล
เด็กจะสามารถรู้ที่มาของเสียง สามารถแยกความเหมือนความต่างของเสียงได้
-
การเรียนรู้โดยการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ของกล้ามเนื้อ
ทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
1.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ
2-3 ปี
-
จับคู่สิ่งของได้ โดยรู้ความสัมพันธ์กัน
-
บอกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
-
เริ่มชอบเลียนแบบการทำงานของผู้ใหญ่
2.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ
3-4 ปี
-
วาดภาพอย่างมีความหมาย และบอกชื่อภาพได้
-
ชอบซักถามว่า ทำไม . . . .
-
สามารถเข้าใจเปรียบเทียบขนาด ใหญ่ กลาง เล็กได้
3.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ
4-5 ปี
-
สามารถพูดตามเป็นคำสัมผัส ท่องคำสัมผัส และสนุกกับคำที่ออกเสียงซ้ำๆ
สัมผัสเสียงและจังหวะ
-
จับคู่สิ่งของที่ใช้ด้วยกัน หรือสิ่งของประเภทเดียวกันได้
-วาดภาพคนโดยมีส่วนต่าง
ๆ ของคน ตั้งแต่ 2-6 ส่วน
4.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ
5-6 ปี
- สามารถเล่าทวนเรื่องที่ได้ยินให้ฟังได้
- บอกชื่อตัวพยัญชนะ ตัวเลขที่ตนจำได้ อ่านได้
-
มีความสนใจมากขึ้น อดทนเพราะอยากรู้จริง
แนวคิดของการเรียนรู้
การเรียนรู้ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด
คนสามารถเรียนได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้เทคโนโลยี
1.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ
BLOOM ( BLOOM'S TAXONOMY
) ได้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น
6 ระดับ
- ความจำ (knowledge)
- การประยุกต์ (Application)
- ความเข้าใจ (Comprehend) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด
- การสังเคราะห์ (Synthesis)
- การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้ สามารถนำส่วนต่าง
ๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ ให้แตกต่างจากรูปเดิม
- การประเมินค่า (Evaluation) สามารถวัดได้ เน้นโครงสร้างใหม่ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด
2.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของเมเยอร์
(MAYOR)
การออกแบบสื่อการเรียนการสอน
การวิเคราะห์มีความจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญ และตามด้วยจุดประสงค์ของการเรียน
โดยแบ่งออกเป็น3 ส่วนย่อย ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย
-
พฤติกรรมควรชี้ชัดและสังเกตได้
-
เงื่อนไขพฤติกรรมสำเร็จได้ควรมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือ
-
มาตรฐาน พฤติกรรมที่ได้นั้นสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
3.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์
(BRUNER)
-
ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์
-
ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน
-
ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่าง ๆ
-
ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
-
ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง ซึ่งเนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม
4.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของไทเลอร์
(TYLOR)
-
ความต่อเนื่อง (continuity)
-
การจัดช่วงลำดับ (sequence)
-
บูรณาการ (integration)
5.
ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ของกาเย่ (GAGNE)
-
การจูงใจ (Motivation Phase)
-
การรับรู้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Apprehending
Phase)
-
การปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ไว้เป็นความจำ ( Acquisition
Phase)
-
ความสามารถในการจำ (Retention Phase)
-
ความสามารถในการระลึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว (Recall
Phase)
-
การนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว (Generalization
Phase)
-
การแสดงออกพฤติกรรมที่เรียนรู้ ( Performance
Phase)
-
การแสดงผลการเรียนรู้กลับไปยังผู้เรียน (Feedback Phase)
บทที่ 2 สื่อการเรียนรุ้สำหรับเด็กปฐมวัย
สื่อ หมายถึง สิ่งต่างๆ
ที่เป็นตัวกลางที่ผู้เลี้ยงดูเด็กนำมาช่วยในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ
ค่านิยมหรือทักษะที่ตนมีไปสู้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและเด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์
หรือจุดมุ่งหมายได้ดีที่ดุดความสำคัญ
สื่อเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดสื่อจะช่วยทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมที่เด็กเข้าใจยาก
มาสู่รูปธรรมที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น สื่อจะช่วยให้เรียนได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน
รวดเร็วและจำได้แม่นยำ
ประเภทของสื่อ
- สื่อการสอนประเภทวัสดุ หมายถึง สิ่งช่วยสอนที่มีการสิ้นเปลือง เช่น
ชอล์ก ฟิล์ม ภาพถ่าย ภาพยนตร์ สไสด์
เป็นต้น - สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์
หมายถึง
สิ่งช่วยสอนที่เป็นเครื่องมือ ซึ่งได้แก่ เครื่องเสียง เช่น
เครื่องรับวิทยุและเครื่องเล่นเทปบันทึกเสียงกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ทั้งเครื่องเสียงและเครื่องฉาย
เช่น กระดานดำ ม้าหมุน และกระดานหก
- สื่อการสอนประเภทวิธีการหรือกระบวนการ ได้แก่
การจัดระบบการสาธิต การทดลอง เกม และกิจกรรมต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ครูจัดทำขึ้นแต่มุ่งให้นักเรียนเข้ามีส่วนในการปฏิบัติ
เช่น การเล่นบทบาทสมมติ การจัดสถานการณ์จำลอง และการจัดศูนย์การเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น