วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

บันทึกอนุทินครั้งที่ 2
วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เวลา 08 : 30 – 12 : 30 น.
👦อาจารย์ผู้สอน ว่าที่ ร.ต.กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด👦


บทที่ 1  ธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
               ปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการอบรมเลี้ยงดูควรให้ความสนใจและให้ความสำคัญ เพราะเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุด ต่อการวางรากฐานของชีวิตมนุษย์ เป็นวัยแห่งการก่อเกิดพื้นฐานด้านบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ความสามารถทางสติปัญญา และความสามารถด้านต่าง ๆ
               ลักษณะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
               - การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นการเรียนรู้ที่เด็กได้พบหรือสัมผัสกับประสบการณ์ จากสภาพแวดล้อมโดยการกระทำ การรับรู้ การพบเห็นด้วยตนเอง
               - การเรียนรู้จากประสบการณ์ทางอ้อม เป็นการเรียนรู้จากการบอกเล่าของบุคคลต่าง ๆ คนใกล้ ชิดญาติผู้ใหญ่ หรือจากหนังสือ การสังเกตจากตัวแบบ การเลียนแบบการบอกเล่าให้ฟังจะทำให้เด็กสร้างภาพขึ้นในสมองของตนแทนการเห็นของจริง
               การเรียนรู้เป็นกระบวนการ  มีขั้นตอนดังนี้
               - มีสิ่งเร้ามาเร้าผู้เรียน
               - ผู้เรียนรับรู้สิ่งเร้า
               - ผู้เรียนแปลความหมายของสิ่งเร้าที่รับรู้
               - ผู้เรียนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าตามที่รับรู้และแปลความหมาย
               - ผู้เรียนสังเกตผลที่เกิดขึ้น
               การจำแนกลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก
               ลักษณะที่ 1 การเรียนรู้โดยสัญชาตญาณ
               ลักษณะที่ 2 เป็นการเรียนรู้จากการช่วยเหลือจากพ่อแม่
               ลักษณะที่ 3 การเรียนรู้จากโปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมอย่างมีระบบ
               รูปแบบการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
               - การเรียนรู้โดยใช้ความสามารถในการใช้สายตา เป็นการเรียนรู้ที่เด็กสามารถเปรียบเทียบด้วยสายตา ด้วยการมองเห็นความเหมือนความต่าง สี ขนาด รูปร่าง และเป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานประสานสัมพันธ์ของสายตาและกล้ามเนื้อมือ
               - การเรียนรู้โดยการได้ยินได้ฟัง จากการได้ยินได้ฟังเสียงจากที่ต่างๆ หรือจากบุคคล เด็กจะสามารถรู้ที่มาของเสียง สามารถแยกความเหมือนความต่างของเสียงได้
               - การเรียนรู้โดยการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ของกล้ามเนื้อ
               ทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
               1.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 2-3 ปี
                              - จับคู่สิ่งของได้ โดยรู้ความสัมพันธ์กัน
                              - บอกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
                              - เริ่มชอบเลียนแบบการทำงานของผู้ใหญ่
               2.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 3-4 ปี
                              - วาดภาพอย่างมีความหมาย และบอกชื่อภาพได้
                              - ชอบซักถามว่า ทำไม . . . .
                              - สามารถเข้าใจเปรียบเทียบขนาด ใหญ่ กลาง เล็กได้
               3.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 4-5 ปี
                              - สามารถพูดตามเป็นคำสัมผัส ท่องคำสัมผัส และสนุกกับคำที่ออกเสียงซ้ำๆ สัมผัสเสียงและจังหวะ
                              - จับคู่สิ่งของที่ใช้ด้วยกัน หรือสิ่งของประเภทเดียวกันได้
                              -วาดภาพคนโดยมีส่วนต่าง ๆ ของคน ตั้งแต่ 2-6 ส่วน
               4.ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอายุ 5-6 ปี
                               - สามารถเล่าทวนเรื่องที่ได้ยินให้ฟังได้
                            - บอกชื่อตัวพยัญชนะ ตัวเลขที่ตนจำได้ อ่านได้
                              - มีความสนใจมากขึ้น อดทนเพราะอยากรู้จริง
               แนวคิดของการเรียนรู้
               การเรียนรู้ทำให้คนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด คนสามารถเรียนได้จากการได้ยินการสัมผัส การอ่าน การใช้เทคโนโลยี
               1.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของ BLOOM  ( BLOOM'S TAXONOMY )  ได้แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 6 ระดับ
                              - ความจำ (knowledge)
                              - การประยุกต์ (Application)
                              - ความเข้าใจ (Comprehend) ซึ่งเป็นระดับล่างสุด
                              - การสังเคราะห์ (Synthesis)
                              - การวิเคราะห์ ( Analysis) สามารถแก้ปัญหา ตรวจสอบได้ สามารถนำส่วนต่าง ๆ มาประกอบเป็นรูปแบบใหม่ได้ ให้แตกต่างจากรูปเดิม
                              - การประเมินค่า (Evaluation) สามารถวัดได้ เน้นโครงสร้างใหม่ และตัดสินได้ว่าอะไรถูกหรือผิด
               2.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของเมเยอร์ (MAYOR)
               การออกแบบสื่อการเรียนการสอน การวิเคราะห์มีความจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญ และตามด้วยจุดประสงค์ของการเรียน โดยแบ่งออกเป็น3 ส่วนย่อย ๆ ด้วยกัน ประกอบด้วย
                              - พฤติกรรมควรชี้ชัดและสังเกตได้
                              - เงื่อนไขพฤติกรรมสำเร็จได้ควรมีเงื่อนไขในการช่วยเหลือ
                              - มาตรฐาน พฤติกรรมที่ได้นั้นสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
               3.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของบรูเนอร์ (BRUNER)
                              - ความรู้ถูกสร้างหรือหล่อหลอมโดยประสบการณ์
                              - ผู้เรียนมีบทบาทรับผิดชอบในการเรียน
                              - ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความหมายขึ้นมาจากแง่มุมต่าง ๆ
                              - ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง
                              - ผู้เรียนเลือกเนื้อหาและกิจกรรมเอง ซึ่งเนื้อหาควรถูกสร้างในภาพรวม
               4.การเรียนรู้ตามทฤษฎีของไทเลอร์ (TYLOR)
                              - ความต่อเนื่อง (continuity)
                              - การจัดช่วงลำดับ (sequence)
                              - บูรณาการ (integration)
               5. ทฤษฎีการเรียนรู้ 8 ขั้น ของกาเย่ (GAGNE)
                              - การจูงใจ (Motivation Phase)
                              - การรับรู้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Apprehending Phase)
                              - การปรุงแต่งสิ่งที่รับรู้ไว้เป็นความจำ ( Acquisition Phase)
                              - ความสามารถในการจำ (Retention Phase)
                              - ความสามารถในการระลึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้ว (Recall Phase)
                              - การนำไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่เรียนรู้ไปแล้ว (Generalization Phase)
                              - การแสดงออกพฤติกรรมที่เรียนรู้ ( Performance Phase)

                              - การแสดงผลการเรียนรู้กลับไปยังผู้เรียน (Feedback Phase)

บทที่ 2 สื่อการเรียนรุ้สำหรับเด็กปฐมวัย

               สื่อ หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เป็นตัวกลางที่ผู้เลี้ยงดูเด็กนำมาช่วยในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ ค่านิยมหรือทักษะที่ตนมีไปสู้เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพและเด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายได้ดีที่ดุดความสำคัญ
               สื่อเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดสื่อจะช่วยทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมที่เด็กเข้าใจยาก มาสู่รูปธรรมที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น สื่อจะช่วยให้เรียนได้อย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน รวดเร็วและจำได้แม่นยำ
                ประเภทของสื่อ
                - สื่อการสอนประเภทวัสดุ  หมายถึง สิ่งช่วยสอนที่มีการสิ้นเปลือง เช่น ชอล์ก ฟิล์ม ภาพถ่าย ภาพยนตร์  สไสด์ เป็นต้น - สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์  หมายถึง  สิ่งช่วยสอนที่เป็นเครื่องมือ ซึ่งได้แก่ เครื่องเสียง เช่น เครื่องรับวิทยุและเครื่องเล่นเทปบันทึกเสียงกับอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ทั้งเครื่องเสียงและเครื่องฉาย เช่น กระดานดำ ม้าหมุน และกระดานหก

                - สื่อการสอนประเภทวิธีการหรือกระบวนการ ได้แก่ การจัดระบบการสาธิต การทดลอง เกม และกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมที่ครูจัดทำขึ้นแต่มุ่งให้นักเรียนเข้ามีส่วนในการปฏิบัติ เช่น การเล่นบทบาทสมมติ การจัดสถานการณ์จำลอง และการจัดศูนย์การเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น